การสูบบุหรี่กับการดำน้ำ
เพื่อนๆ ที่เป็นนักดำน้ำ หลายท่านอาจจะสูบบุหรี่ ซึ่งก็คงมีหลายคนนึกสงสัยว่า ขณะที่บุหรี่ทำร้ายร่างกายของเราโดยรวมๆ นั้น นิโคตินและสารอื่นๆ ในบุหรี่ มีผลร้ายกับร่างกายและจิตใจของเราขณะที่ หรือระหว่างช่วงเวลาที่เรากำลังมีความสุขกับการดำน้ำอยู่หรือเปล่า ในฐานะผู้สอนดำน้ำ เกือบทุกครั้งที่สอนมาถึงบทที่มี เรื่องสุขภาพกับการดำน้ำ พอกล่าวถึงเรื่องของการสูบบุหรี่ ก็จะมีนักเรียนสนใจสอบถามเรื่องนี้ว่ามีผลอะไรที่นอกเหนือไปจากผลของการสูบบุหรี่บนบกที่รู้ๆ กันอยู่แล้วบ้างไหม
ก่อนที่เราจะมาดูผลกระทบของบุหรี่ที่มีต่อนักดำน้ำ ลองมาทบทวนเรื่องผลของบุหรี่ทำกับคนทั่วๆ ไปกันก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าเราเข้าใจเรื่องนี้อย่างถูกต้องเสียก่อนนะครับ
บุหรี่ทำให้มีโอกาสเกิดโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีหลักฐานยืนยันอยู่อย่างแน่นหนาอยู่แล้ว ส่วนมากก็เกิดจากสารตัวหนึ่งที่เรียกกันว่าทาร์ (Tar) หรือน้ำมันดิน ที่ผู้สูบบุหรี่สูบเข้าปอดไป ทาร์จะไปทำให้เกิดการระคายเคืองในหลอดลมของผู้สูบ และทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของหลอดลมได้ นอกจากนั้น ทาร์ยังไปทำให้ซีเลีย (Cilia) ซึ่งเป็นขนเล็กๆ ในท่อทางเดินหายใจของเราถูกทำลายลงไป ซีเลียนี้มีความสำคัญเพราะมันเป็นตัวที่ทำให้เมือกทั้งหลายจากปอดถูกขับออกมาที่ทางเดินหายใจด้านนอกได้ แต่หากมันไม่ทำงานเนื่องมาจากทาร์ไปทำลายเสียแล้ว ก็จะทำให้เกิดการสะสมของเมือก และมีการอุดตันเป็นบางส่วนของทางเดินหายใจ ก็คือสาเหตุของการไอในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของนักสูบบุหรี่ทั้งหลายนั้นเองครับ
สารเคมีบางอย่างในบุหรี่ จะไม่อยู่แค่ในปอด แต่จะถูกส่งผ่านไปยังกระแสโลหิตของเรา และทำให้เกิดการหดเกร็งและการทำลายหลอดเลือดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงหัวใจ นี่คือสาเหตว่าทำไมนักสูบบุหรี่ทั้งหลายจึงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่
นั่นก็เป็นเรื่องของคนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนักดำน้ำหรือไม่นะครับ คราวนี้เราลองดูเรื่องการสูบบุหรี่ที่เกี่ยวข้องกันกับการดำน้ำบ้าง ก็จะพบว่า เมื่อเราสูบบุหรี่ก่อนจะลงดำน้ำแล้ว จะเป็นการลดปริมาณก๊าซออกซิเจนที่อยู่ในเนื้อเยื่อเราได้เนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่เกาะติดกับสารฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดเรานั้นจะแย่งพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิจนไป ทำให้ร่างกาย หรือเนื้อเยื่อในร่างกายของเราได้รับก๊าซออกซิเจนน้อยลงไปในที่สุด เมื่อเป็นเช่นนั้น นักดำน้ำที่สูบบุหรี่ก็จำเป็นต้องทำงานหนักขึ้นกว่าปกติเพื่อจะทำกิจกรรมธรรมดาๆ เวลาดำน้ำ สรุปตอนนี้ว่านักดำน้ำที่สูบบุหรี่ ก็จงใจลดสมรรถภาพในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนของตัวเองลงไป ซึ่งเวลาก่อนที่จะลงไปดำน้ำนั้นก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเวลาที่ไม่น่าจะพยายามลดความสามารถในการทำงานสูงสุดของตัวเองเลยนะครับ
สำหรับการเสี่ยงต่อ DCS หรือเบนด์นั้น ในปัจจุบันก็ไม่มีหลักฐานยืนยันแต่อย่างใดว่านักดำน้ำที่สูบบุหรี่จะมีโอกาสเสี่ยงกับเบนด์มากขึ้นหรือไม่นะครับ แต่หากเราลองคิดดูให้ดีแล้ว ปัจจัยในการเสี่ยงต่อเบนด์ข้ออื่นๆ มักจะเกี่ยวข้องกับระบบการไหลเวียนโลหิตทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน บุหรี่ก็เป็นสิ่งที่รบกวนความสามารถของระบบการไหลเวียนโลหิตอย่างรุนแรง หากคิดตามเหตุตามผล ถึงแม้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการมารองรับ ก็น่าจะคิดได้นะครับว่าการสูบบุหรี่น่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นเบนด์ได้
อย่างไรก็ดีนะครับ ผลที่รุนแรงที่สุดของการสูบบุหรี่ที่มีต่อการดำน้ำนั้นก็คือการรบกวนการไหลของอากาศในปอดของเรา การลดความยืดหยุ่นของถุงลมปอดและการสะสมเมือกในปอดของเราทำให้เกิดการเก็บกักเอาลมไว้ในปอดเราถึงแม้เราคิดว่าเราหายใจออกหมดแล้วได้โดยง่าย สิ่งที่เกิดขึ้น และเกิดขึ้นมาแล้วในนักดำน้ำจริงๆ ก็คือการบาดเจ็บของปอดและทางเดินหายใจในนักดำน้ำทั้งๆ ที่หายใจเข้าออกตามปกติไม่ได้กลั้นหายใจแต่อย่างใด กฎข้อสำคัญที่สุดของนักดำน้ำ ว่า หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ และไม่กลั้นหายใจโดยเด็ดขาด จะทำให้เราไม่เกิดอาการปอดฉีกนั้น ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับนักดำน้ำที่สูบบุหรี่ได้ เพราะถึงแม้จะปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดแล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิดการฉีกขาดของปอดอันเนื่องจากอากาศที่ถูกเก็บกักไว้จากการสูบบุหรี่อยู่ดีครับ
|