วิธีการป้องกันการหลงทางใต้น้ำ

 

เพื่อนๆ ที่ไปดำน้ำกัน เคยนึกกังวลใจว่าจะหลงทางใต้น้ำกันบ้างไหมครับ เขาว่ากันว่าการกลัวการหลงทางนี้เป็นเรื่องเครียดที่สำคัญในการดำน้ำทีเดียวเลย ถึงแม้ว่าการหลงทางใต้น้ำจะไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำอันตรายร้ายแรง แต่ก็มักจะทำให้การดำน้ำหมดสนุกลงไปเยอะเชียวครับ

 

หากเราหัดเทคนิควิธีการ Navigation ให้ดีแล้วก็จะเป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่อย่างว่า บางคนก็หัดได้รวดเร็ว บางคนก็หัดได้ช้า ก็อย่าไปวิตกกับมันมากเกินไปนักก็แล้วกันครับ ตอนหัดใหม่ๆ จะหลงบ้างไม่หลงบ้างก็คิดซะว่าไม่เป็นไร พยายามศึกษาไปเรื่อยๆ ก็จะเก่งเองโดยไม่รู้ตัวเชียวนะครับ

 

ก่อนอื่นเลยเราคงสงสัยนะครับว่าทำไมเราจึงหลงทาง ทั้งๆ ที่สถานที่ดำน้ำก็ไม่ได้กว้างใหญ่ไพศาลแต่อย่างใดเลย ทีไปชอปปิ้งตามห้างต่างๆ ใหญ่โตแถมยังมีหลายชั้น ยังไม่เห็นจะเคยหลง ตามตำราเขาว่ากันว่าเป็นเพราะเราไม่คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมใต้น้ำ เขาว่ากันว่าพวกกุ้งหอยปูปลานี่ไม่เคยหลงทางกันเลย ไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่านะครับ วันหลังลองพาคนชื่อกุ้งไปดำน้ำดูนะครับว่าจะหลงไหม

 

ส่วนมาก นักดำน้ำที่หลงทางใต้น้ำเนื่องจากเวลาเราเรียน ตั้งแต่ขั้น Open Water จนกระทั่งถึงขั้น Advanced Open Water เราจะเรียนวิธีการ Navigate จากการใช้เข็มทิศเป็นหลัก จริงอยู่นะครับ ถึงแม้ว่าเข็มทิศจะเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ยิ่งในการดำน้ำ แต่การเรียนแบบนั้นอาจจะทำให้นักดำน้ำส่วนมากต้องคอยดูเข็มทิศตลอดเวลาหากจะป้องกันไม่ให้หลง แถมยังต้องดำน้ำไปตามคอร์ส จะไปดูทางซ้ายทางขวาออกนอกเส้นทางหน่อยก็หลงซะแล้ว อีกประการหนึ่งก็คือ นักดำน้ำส่วนมากจะตาม Dive Leader อย่างเดียวเลย ไม่ได้สังเกตหรือดูเข็มทิศของตัวเองว่าไปคอร์สไหน เวลาจำเป็นต้องนำทางเองก็เลยหลงซะให้เข็ด เหมือนกันกับเวลาเรานั่งรถโดยไม่ได้ขับนั่นแหละครับ หากเขาปล่อยเราข้างทางไว้เมื่อไรก็รับรองหาทางกลับบ้านไม่ถูก สู้แมวยังไม่ได้เลยนะครับ เอาไปปล่อยกี่ครั้งมันหาทางกลับบ้านถูกทุกครั้ง เก่งกว่าเราอีก

 

เวลาดำน้ำเราลองจินตนาการหรือสร้างภาพในใจถึงเส้นทางที่เราเดินทางซิครับ จะช่วยให้เราจำทางกลับได้ง่ายกว่าเดิมเยอะเลยครับ ส่วนเรื่องที่เรียนในชั้นเรียน Advanced ก็เอามาประยุกต์ใช้ร่วมกันกับเทคนิคนี้ ผมเคยใช้แล้วก็ได้ผลดีมากเลยครับ

 

การสร้างภาพในใจ หรือจริงๆ แล้วก็คือการสร้างแผนที่ของ Dive Site ในใจของเรานั่นแหละครับ เราอาจจะวาดภาพออกมาจริงๆ เลยก็ยังได้ นอกจากนั้น สิ่งที่จะทำให้เราเข้าใจทิศทางใต้น้ำของเราได้ดีกว่าก็คือการฟัง Divemaster เขาบรรยายสรุป (Brief) แล้วเราก็วาดภาพแผนที่ตามไปด้วย ใน Slate ของเราก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้เราดูมันได้ใต้น้ำ อย่าลืมถามเรื่องความลึกของสถานที่ดำน้ำ แล้วอย่าลืมกำหนดจุดที่เรืออยู่ไว้ด้วยนะครับ

 

หากเราดำน้ำบริเวณชายฝั่งหรือเกาะ สภาพที่เราเห็นด้านบนเหนือผิวน้ำนั้นจะคล้ายคลึงกับสภาพใต้น้ำเสียส่วนมากนะครับ หากเราเห็นกำแพงดิ่งลงไปบนผิวน้ำ ใต้น้ำก็น่าจะมีกำแพงอยู่คล้ายๆ กันครับ สุดท้าย ก็ลองดูซิว่ากระแสน้ำไหลไปทางไหน ดวงอาทิตย์อยู่ทิศทางใด สิ่งเหล่านี้จะช่วยในการ Navigate ให้เราได้เวลาอยู่ใต้น้ำนะครับ

 

นอกจากนั้น หากเราสามารถเห็นสภาพใต้น้ำจากบนเรือได้ก็จะช่วยได้เยอะนะครับ เช่นเห็นกองหิน หรือยอดหินโผล่ขึ้นมา เราก็วาดภาพสิ่งเหล่านี้ลงใน Slate ของเราด้วย วิธีการวาดภาพควรจะให้ทิศเหนืออยู่ด้านบนสุดนะครับ เวลาเราไปเปรียบเทียบดูใต้น้ำจะง่ายขึ้น หากเราสามารถกำหนดได้ว่ามีสิ่งสังเกตให้เห็นใต้น้ำ เช่นกองหิน หรือแนวปะการัง เราอาจจะตั้ง Bearing เข็มทิศไว้ เวลาเราพบกับสิ่งสังเกตเหล่านั้นใต้น้ำ เราจะได้กลับมาที่เรือได้อย่างง่ายๆ ครับ เอาละ คงจะพร้อมที่จะลงน้ำได้แล้วนะครับ

 

วางแผนเส้นทางใต้น้ำ

หากเรากลัวว่าจะหลงทางใต้น้ำ ก็ควรจะวางแผนว่าเราจะดำน้ำไปในเส้นทางใดบ้างใน dive site และก็พยายามที่จะดำน้ำไปตามเส้นทางที่วางแผนไว้ แทนที่จะดำน้ำเรื่อยเปื่อยไปอย่างไม่มีจุดมุ่งหมายนะครับ ในช่วงแรกๆ เราก็น่าจะวาดเส้นทางที่เราจะไปลงไปใน Slate และบันทึกจุดที่สามารถสังเกตได้ (Landmark) ลงไปด้วย เมื่อเราเดินทางกลับ เราจะหลงได้ยากเพราะเราจะผ่านจุดสังเกตต่างๆ ที่เราจดเอาไว้นั่นเองครับ

 

ส่วนมากแล้ว เรือที่ใช้ไปดำน้ำมักจะไม่จอดเหนือ Dive Site เพราะอาจจะทำให้มีผลต่อแนวปะการังได้ เวลาเราดำน้ำลงไปก็ควรจะบันทึกจุดที่สามารถสังเกตได้ (Landmark) ตรงที่เราดำน้ำจากสายสมอมาพบกับแนวปะการัง และจะเป็นจุดเดียวกับที่เราจะดำน้ำกลับไปที่เรือ อย่าลืมบันทึก Bearing เข็มทิศด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้นเราจะกลับมาถึงแนวปะการังที่ใกล้กับเรือมากที่สุด แต่ไม่รู้ว่าจะหันไปทางทิศไหนถึงจะเจอเรือครับ

 

แต่หากแนวปะการังที่เราพบนั้นไม่มีจุดเด่นอะไรและเราไม่พบจุดที่สามารถสังเกตได้ (Landmark) เราก็สามารถสร้างจุดสังเกตได้ด้วยตัวเอง เช่นทำหินกองไว้ หรือวางตะกั่วสำรองทิ้งไว้ ( ระวังพรรคพวกนึกว่าใครทำตกไว้นะ ) บันทึกความลึกไว้ด้วย จุดนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการที่จะจับทิศกลับไปที่เรือครับ

 

อย่างไรก็ดี การทำแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องเดินทางใต้น้ำเป็นเส้นตรงเหมือนกับการจับเข็มทิศนะครับ เพราะเราสามารถตามแนวกำแพง แนวปะการัง หรือแนวจุดสังเกต (Landmark) ได้ จะเห็นได้ว่า วิธีแบบนี้ เป็นวิธีการที่จะใช้เข็มทิศเฉพาะบางเวลาที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนมากเราจะใช้ Natural Navigation แบบเดียวกับที่เรียนในคอร์ส Advanced Open Water ในส่วนของ Underwater Navigation ครับ อย่าลืมว่าการบันทึกลงใน Slate นั้นอาจจะดูยุ่งยาก แต่ก็จะเป็นเฉพาะในช่วงแรกๆ ของการฝึกหัดครับ พอคล่องแล้วก็จะชิน และส่วนมากจะไม่ต้องบันทึก หรือบันทึกนิดหน่อยก็เพียงพอสำหรับคนที่มีทักษะในการนำทางใต้น้ำแบบนี้ครับ

เมื่อลงไปในน้ำแล้ว

 

ให้หยุดและมองไปรอบๆ ก่อนที่จะเริ่มดำน้ำไปเลยนะครับ ลองเปรียบเทียบทิศทางกับสิ่งที่เราบันทึกไว้ในแผนที่ใต้น้ำตามที่ Divemaster ได้บรรยายสรุปให้เราฟังก่อนลงมา บันทึกความลึกของทุ่นหรือสายสมอที่เราดำลงมา และทิศทางของแนวลาดใต้น้ำ ทางไหนไปลึก ทางไหนไปตื้น อย่าลืมบันทึกทิศทางของกระแสน้ำด้วยนะครับ จากนั้นลองจินตนาการถึงภาพใหญ่ๆ ของ Dive Site และรายละเอียดของมันด้วยนะครับ จะช่วยให้เราจำทิศทางต่างๆ ได้ดีขึ้นกว่าเดิมครับ เวลาที่เราหยุดสักนิดหนึ่งหลังจากดำน้ำลงมาถึงพื้นแล้วนี่ ก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะสำรวจตรวจตราอุปกรณ์ต่างๆ หายใจลึกๆ ให้หายตื่นเต้นสักหน่อย และก็ปรับการจมลอย (Buoyancy) เสียหน่อย ก็จะทำให้การดำน้ำราบรื่นขึ้นเยอะครับ

 

เวลาดำลงไป เอาขาลงไปก่อน หรือให้ขาอยู่ต่ำกว่าศีรษะจะดีกว่านะครับ อย่าลืมหันหน้าไปในทิศทางที่เราจะไปตลอดการดำลงด้วยก็จะทำให้เรารู้ทิศทางได้ดีกว่าหมุนไปรอบๆ ครับ การหมุนไปรอบๆ น่ะ เอาไว้ใช้ตอนดำขึ้น เพื่อจะได้เห็นสิ่งที่อยู่เหนือศีรษะและรอบๆ ตัวเราครับ

 

จากสายสมอไปยังแนวปะการัง ให้นับ Fin Kick ด้วยก็จะดีนะครับ ขากลับหากเราดำมาตามเข็มทิศแล้วตามจำนวน Kick ที่เราบันทึกไว้แต่ไม่เจอเรือ เราจะได้รู้ว่าเราหลงไงล่ะ J

 

เมื่อดำน้ำ ให้ตามแนวของจุดสังเกต

 

เราจะต้องสังเกตสิ่งแวดล้อมของเรานะครับ อย่างที่บอกไว้แล้ว ช่วงแรกๆ จะรู้สึกรำคาญหน่อย แหม … จะดำน้ำเล่นเพลินๆ หน่อย ต้องมาคอยสังเกตโน่นสังเกตนี่ แต่เวลาเราชำนาญแล้วเราจะไม่รู้สึกอะไรหรอกนะครับ เพราะมันจะชินไปเอง คราวนี้ การที่เราจะสังเกตอะไรให้รู้เรื่องใต้น้ำนั้นน่ะ เราจะว่าย ( ดำ ) น้ำอยู่ตลอดเวลาโดยไม่หยุดนิ่งเลยก็ไม่ได้นะครับ เพราะเราจะสังเกตเห็นแต่สิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เราควรจะวางจุด เช่นดำน้ำจากจุด ก . ไปยังจุด ข . หยุดสักนิดหนึ่งแล้วสังเกตทิศทางที่จะไปต่อ ( หรือจุด ค .) และหันกลับมาดูจุดที่เรามา ( ก .) ว่าภาพนั้นเป็นอย่างไร เวลาดำย้อนกลับมาทางเดิม เราจะจำหมายต่างๆ ได้ง่ายขึ้นครับ หากทำอย่างนี้ไปตลอดเส้นทางการดำน้ำ การหลงก็จะยากครับ และเมื่อเราชำนาญกับทักษะนี้แล้ว ต่อไปเราจะทำได้อย่างเป็นอัตโนมัติ จะไม่รู้สึกว่าเราทำแบบนี้ด้วยซ้ำไปครับ

 

ก่อนที่จะเดินทางออกจากหมายที่บันทึกไว้ หันกลับมาดูชัดๆ สักครั้งหนึ่งก็จะดีนะครับ จุดที่เราสังเกตได้อาจจะเป็นสิ่งเล็กๆ เช่นเศษกระป๋อง ฯลฯ . จะเป็นการดีหากเราบันทึกความลึกไว้ด้วย และการดำน้ำในความลึกเดียว ไม่เปลี่ยนความลึกบ่อยๆ ก็จะทำให้การนำทางใต้น้ำง่ายขึ้นนะครับ ลองดูนะครับว่าการที่เราดำจากจุด ก . ไป ข . และไป ค . น่ะ Bearing ของเข็มทิศเป็นอย่างไร บางทีเราก็จะได้รู้ว่าเราไม่ได้เดินทางเป็นเส้นตรงอย่างที่คิดไว้นะครับ ส่วนมากแนวปะการังหรือแนวกำแพง หรือแนวทางตามธรรมชาติใต้น้ำก็มักจะไม่เป็นเส้นตรงหรือรูปเรขาคณิตเสมอไปหรอกครับ

หากหลงแล้ว ทำอย่างไรล่ะ ?

 

บางที เราดำน้ำเพลินไป ลืมบันทึก หรือตามสิ่งน่าดูเช่นปลาต่างๆ ไปแล้วมารู้อีกทีก็หลงซะแล้ว จะทำอย่างไรดีนะครับ สิ่งแรกก็ผ่อนคลายตัวเองซะก่อน อย่าตื่นเต้นจนเกินไป ส่วนมากเราจะหลงไปไม่ไกลจากจุดเดิมเท่าไรหรอกครับ จากนั้นก็ลองตรวจสอบปริมาณอากาศที่เรามีอยู่ไว้ด้วย แล้วค่อยหาทางกลับ

 

ส่วนมากเราก็จะรู้ว่าน้ำลึกไปทางทิศไหน และน้ำตื้นไปทางไหน สมมติว่าน้ำตื้นไปทางตะวันตก และน้ำลึกไปทางตะวันออกนะครับ หากในขณะที่เรารู้ตัวว่าหลง เราอยู่ในน้ำลึกกว่าบริเวณที่เราดำเล่นอยู่ตอนยังไม่หลง ก็ให้กลับไปทางตะวันตก หากเราอยู่ตื้นกว่า ก็ให้ไปทางตะวันออกครับ จุดมุ่งหมายของเราก็คือพยายามหาความลึกที่เราดำน้ำเล่นอยู่ก่อนที่เราจะหลงทางไงล่ะครับ เมื่อพบความลึกที่ต้องการแล้ว ก็ให้เดินทางกลับไปตามทิศทางที่เรามา เช่นให้แนวปะการังอยู่ทางซ้ายแทนที่จะเป็นอยู่ทางขวาแบบที่ดำน้ำขามา จนกระทั่งเราพบกับจุดสังเกตที่เราบันทึกไว้ตอนขามาครับ

 

หากดำน้ำกลับไปสักพักหนึ่งแล้วยังไม่พบอะไรที่สามารถสังเกตได้เลย ลองหยุดสักครู่ หายใจลึกๆ และทบทวนดูนะครับว่าเรากลับมาถูกทางหรือเปล่า ความลึกถูกต้องหรือไม่ หากยังหลงต่อไป ก็ให้ขึ้นมาช้าๆ อย่าลืมทำ Safety Stop นะครับ เมื่อมาถึงผิวน้ำก็จะเห็นเรือครับ

 

เมื่อเห็นเรือแล้ว ดูให้ดีนะครับว่าเป็นเรือของเราที่เรามาดำน้ำด้วย หลายคนว่ายผิดไปเรือคนอื่น เหนื่อยแรงต้องว่ายกลับอีกครับ หมุนตัวไปรอบๆ เพื่อจะสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวเราบนผิวน้ำก่อนนะครับ แล้วเล็งทิศทางที่จะกลับไปที่เรือ หากเรืออยู่ไกล ก็ดำน้ำลงไปที่ความลึกประมาณ 5 เมตร แล้วก็ดำน้ำกลับไปที่เรือจะดีกว่าว่ายบนผิวน้ำครับ