Lost in the Dark โดย Jeff Burhans จากหนังสือ Skin Diver: April 2001
ในเดือนตุลาคม 1977 ฉันเพิ่งจะเรียนดำน้ำจบมาเพียงหกเดือนและดำน้ำมาเพียง 10 ไดว์ฟ พวกเราซึ่งมีตัวฉันเอง สเตฟและเฮิร์บกำลังท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนานที่ Baja ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นมีอุปสรรคอยู่บ้าง เฮิร์บลืมชุดเวทสูทและบีซีดีและต้องขอยืมของสเตฟ วาล์ว low pressure inflater บีซีดีของฉันก็มีปัญหาทำให้ฉันต้องพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยความเร็ว รวมทั้งนาฬิกา Timex ของฉันมีน้ำเข้าทำให้ไม่เดินต่อไป บีซีดีของสเตฟไม่สามารถปล่อยลมออกไปได้อย่างที่ควรจะเป็นและหน้ากากของเธอก็มีฝ้าจับตลอดเวลา และเช่นเดียวกันนักดำน้ำหน้าใหม่ทั่วไป มีบางครั้งที่ฉันลงน้ำไปและพบว่าไม่ได้ใส่เข็มขัดตะกั่ว ฉันคิดว่าในกลุ่มของเรารวมกันแล้วน่าจะเป็นนักดำน้ำที่ดีได้เหมือนกัน แต่หากแยกออกมาตัวใครตัวมันแล้ว ฉันคิดว่าเรายังต้องการความช่วยเหลือ
เมื่อมีโอกาสที่จะไปดำ Night Dive กัน เรามองหน้ากันแล้วก็บอกว่าทำไมจะไม่ดำล่ะ พวกเราทุกคนมีการเรียนมาเพียงชั้น open water diver เท่านั้นรวมทั้งไม่เคยมีประสบการณ์ในการดำน้ำกลางคืนกันมาก่อน เราคิดว่าเรื่องแค่นี้คงไม่กระไรนัก ไม่มีใครถามว่าเราดำน้ำกลางคืนกันได้หรือเปล่า พวกเราก็ตกลงกันไว้ว่าไม่มีใครถามก็ไม่ต้องบอกใครก็แล้วกัน เราไปถึงที่หมาย แต่งตัว ฟังการบรรยายเรื่องสถานที่ดำน้ำแล้วก็ลงน้ำกันไป
ปัญหาของเราเริ่มต้นในทันทีทันใด ไฟฉายของสเตฟเสียและไม่มีใครในกลุ่มมีไฟฉายสำรองลงไปด้วย ไฟฉายที่ฉันนำลงไปเป็นไฟฉายที่นักดำน้ำทั่วไปใช้เป็นไฟฉายสำรอง และฉันเป็นคนเดียวที่มีเข็มทิศโดยได้ทำการฝึกบนบกมาแล้วบ้าง แล้วก็คิดว่ามันคงไม่ต่างกันเท่าไร
เราได้ดำน้ำกันอย่างสนุกสนานทีเดียว เส้นทางการดำน้ำของเราค่อนข้างจะยุ่งเหยิง ไปทางโน้นทีทางนี้ที เมื่อไม่มีนาฬิกา ฉันก็พยายามจะนับอัตราการเต้นของหัวใจและ fin kick แทนเพื่อจะรู้ว่าเราอยู่กันตรงไหน ฉันพยายามสังเกตพื้นที่ใต้น้ำ กระแสน้ำ สิ่งอื่นๆ ใต้น้ำเพื่อจะจดจำไว้กลับ และพบว่ามันไม่ได้แตกต่างไปกันที่ได้รับรู้มาก่อนจากการฟังบรรยายบนบก เพราะฉะนั้นเมื่อเราส่องดูเกจ์และตัดสินใจที่จะกลับ ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าจะนำกลับได้สบายๆ
ความมั่นใจของฉันมีอยู่ได้เพียง 30 วินาที ฉันพยายามพาพรรคพวกตัดกลับเข้าหาเรือโดยไม่ย้อนกลับทางเดิมเลย เพราะคิดว่ารู้ว่าตัวอยู่ตรงไหนและจะกลับไปที่เรืออย่างไร ฉันได้ค้นพบว่าการเอียงของพื้นแตกต่างกันมากระหว่างใต้น้ำกับบนบก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใกล้ๆ ปากอ่าว ไม่มีดาวหรือเดือนคอยบอกทางและระยะทางห่างกันแค่ 100 ฟิตก็หมายถึงพื้นใต้น้ำ กระแสน้ำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฉันรู้สึกกลัวและพยายามปรับแก้เพื่อต้านการไหลของกระแสน้ำที่มาจากหลายๆ ทาง ฉันรู้ว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้นมาก สเตฟและเฮิร์บก็ตามมาอย่างดี ไม่มีอาการสงสัยอะไร ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกกลัวมากยิ่งขึ้น
ฉันรู้สึกกังวลใจยิ่งขึ้นเมื่อเราดำผ่านภูเขาใต้น้ำและพบว่าเข็มทิศของฉันหมุนช้าๆ เป็นวงกลม ฉันเอาเข็มทิศให้พรรคพวกดูเพื่อให้เขารู้ว่าฉันกำลังมีปัญหาในการหาทางใต้น้ำ แต่พวกเขาได้แต่ยักไหล่และบอกให้ฉันนำต่อไป ฉันก็เลยเดาทางที่ดีที่สุดและพาเพื่อนๆ ดำน้ำกันต่อ ในใจรู้สึกว่าเรากำลังดำน้ำออกทะเลกันและคงไม่ได้เห็นฝั่งอีกเป็นแน่ ไม่มีใครมีอุปกรณ์ให้สัญญาณฉุกเฉินอะไรเลย ยกเว้นการร้องเรียก ในที่สุดฉันก็ถึงจุดที่คิดว่าเรือจะอยู่ตรงนี้แล้วเริ่มทำ Safety Stop กัน ฉันกับเฮิร์บทำ Safety Stop ในที่มืดขณะที่สเตฟพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำผ่านเราไปเพราะบีซีดีเสีย
เมื่อขึ้นถึงผิวน้ำฉันก็โล่งใจ เพราะเรืออยู่ห่างไปเพียง 20 เมตรเท่านั้นเอง ฉันให้สัญญาณด้วยไฟฉายของฉันว่าพวกเราสบายดี และพบว่าไฟฉายของฉันดับขณะที่ให้สัญญาณนั่นเอง พวกเราหัวเราะกันเบาๆ ด้วยความโล่งใจ หลังจากประสบการณ์ครั้งนั้นแล้ว ฉันก็ได้ลงเรียน Advanced Open Water และระมัดระวังที่จะไม่ดำน้ำเกินระดับการเรียนรู้และประสบการณ์ของฉันอีกต่อไป
|