Deep Water Blackout

 

เพื่อนๆ ที่ดำน้ำเวลาเรียนขั้น Open Water Diver คงจะได้เรียนรู้เรื่อง Shallow Water Blackout จากครูเวลาที่ครูสอน Skin Dive และการทำ Hyperventilation กันมาบ้างแล้วนะครับ ว่าเราอาจหมดสติ และจมน้ำได้เวลาที่เรากลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำนานๆ จนกระทั่งปริมาณออกซิเจนในร่างกายเหลือน้อย เมื่อเราขึ้นมาจากความลึก Partial Pressure ของออกซิเจนที่เหลือน้อยอยู่แล้วยิ่งลดลงไปอีก ทำให้ไม่สามารถครองสติไว้อยู่ได้ แต่เรื่องของ Deep Water Blackout นี่ คงยังไม่ค่อยมีใครได้ยินกันสักเท่าไร พอดีเร็วๆ นี้ผมได้ไปอ่านบทความเรื่อง “Going Deep” ของคุณ Jon Hardy ในนิตยสาร Rodale's Scuba Diving มีเรื่องของ Deep Water Blackout อยู่ด้วย เห็นว่าน่าสนใจ ( และน่าระมัดระวังในเวลาเดียวกัน ) เพื่อนๆ ลองอ่านกันดูเล่นๆ นะครับ

 

เริ่มเรื่อง

เจอรี่เป็นนักดำน้ำที่ดำน้ำไม่บ่อยนักและดำน้ำเฉพาะเวลาไปเที่ยวต่างถิ่นเท่านั้น เนื่องจากเขาเป็นคนโสด ส่วนมากแล้วก็จะเดินทางคนเดียว หรืออาจมีเพื่อนเดินทางบ้างแต่นานครั้งนานหน

 

ขณะที่ไปพักผ่อนบนเกาะแห่งหนึ่ง เจอรี่พบว่ามีร้านดำน้ำเสนอที่จะพาไปดำน้ำที่กองหินใต้น้ำกลางทะเลแห่งหนึ้งที่มีปะการังดำและปลาที่หายากอยู่มาก ถึงแม้เจอรี่จะไม่ได้ดำน้ำบ่อยๆ ในระยะหลัง แต่เมื่อคนที่ร้านถามถึงประสบการณ์การดำน้ำ เจอรี่ก็บอกไปว่าเขามีประสบการณ์มากกว่าที่เป็นจริง และก็ตกลงใจที่จะไปดำน้ำตามที่ร้านเสนอมา

 

แผนการดำน้ำคือจะลงสมอบริเวณทรายใกล้ๆ กับกองหินใต้น้ำ หลังจากการบรรยายสรุปอย่างละเอียดแล้ว ไดว์มาสเตอร์ก็จะนำนักดำน้ำลงไปหกคนที่สมอ จากนั้นจะใส่ Lift Bag ให้กับสมอเพื่อให้ง่ายต่อการเก็บในภายหลัง นักดำน้ำก็จะดำน้ำเล่นที่สถานที่แห่งนี้เป็นเวลาสิบนาทีในน้ำที่อุ่น ใส และนิ่ง มีความลึกระหว่าง 135-150 ฟิต กลุ่มนักดำน้ำก็จะกลับมาที่สมอและทำ Decompression Stop หรือ Safety Stop ก่อนกลับไปที่เรือ จะมีถังอากาศสำรองไว้ที่ความลึก 15 ฟิตในกรณีที่อากาศของบางคนเหลือน้อยขณะทำ Safety Stop

 

การดำน้ำ

สัญญาณของปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเจอรี่มาถึงร้านในเช้าวันที่จะดำน้ำ ไดว์มาสเตอร์พบว่าเจอรี่จำเป็นต้องเช่าอุปกรณ์เกือบทั้งหมดและไม่มีไดว์คอมพิวเตอร์ และขณะเดินทางไปที่หมายดำน้ำ ไดว์มาสเตอร์ก็พบว่าเจอรี่ไม่ได้พูดความจริงเกี่ยวกับประสบการณ์ของเขาในคราวแรก แต่ไดว์มาสเตอร์ก็คิดว่ามันสายเกินกว่าจะทำอะไรได้ และคงต้องทำการดำน้ำต่อไป

 

การลงสมอและการบรรยายสรุปเป็นไปตามที่วางแผนไว้ ถีงแม้กระแสน้ำจะแรงกว่าที่ไดว์มาสเตอร์คาดคิดไว้ก็ตามที การดำลงไปกับสายสมอก็ต้องใช้กำลังมากกว่าที่คาดหมายแต่นักดำน้ำทุกคนก็สามารถลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัย ทุกคนให้สัญญาณ OK และเริ่มดำสำรวจพื้นที่บริเวณหินกองต้านใต้กระแสน้ำ ขณะเดียวกันที่ไดว์มาสเตอร์ก็จัดการกับสมอ เจอรี่ก็ดำน้ำไปทางด้านลึกของกองหินที่ความลึกประมาณ 145 ฟิต แต่ยังอยู่ในสายตาของไดว์มาสเตอร์

 

หลังจากสองสามนาทีผ่านไป เมื่อเจอรี่ไปกลับมารวมกับกลุ่ม ไดว์มาสเตอร์ก็ดำน้ำไปหาและพบเจอรี่แน่นิ่ง หมดสติและไม่หายใจ ไดว์มาสเตอร์คว้าเจอรี่และลากเขาไปยังสายสมอ เริ่มการขึ้นโดยละทิ้งนักดำน้ำคนอื่นไว้ก่อน เนื่องจากกระแสน้ำรุนแรง และเจอรี่ไม่หายใจ ไดว์มาสเตอร์ตัดสินใจที่จะไม่ทำ Safety Stop เมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงเรือ การทำ CPR ก็ได้เริ่มขึ้น แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ก็ได้รับความเห็นว่าเจอรี่เสียชีวิตแล้ว

 

การวิเคราะห์

สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นกับเจอรี่คืออาการ Deep Water Blackout ซึ่งยังไม่เป็นที่เข้าใจในผู้ทำการศึกษาว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็ยังนับว่าเป็นโชคดีเพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นน้อยมาก อย่างไรก็ดีอาการนี้มักเกิดจากการดำน้ำลึกกว่า 130 ฟิตโดยใช้อากาศธรรมดา และมักเกิดกับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์ในการดำน้ำลึกน้อย มีสมมติฐานกันว่า Deep Water Blackout นี้อาจจะเกิดจากสมรรถภาพทางกายไม่ดี เมาไนโตรเจน ความหนาแน่นของอากาศที่หายใจ การสะสมคาร์บอนไดออกไซด์ และความฝืดของการหายใจ แต่ไม่มีอะไรยืนยัน และยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้

 

สิ่งที่ควรจำ

การดำน้ำแบบ Scuba ต้องใช้การฝึกฝนเพื่อจะให้ทักษะเฉียบคมอยู่เสมอ คอร์สสำหรับทบทวน และคอร์สเรียนขั้นสูง เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในการบรรลุจุดมุ่งหมายนี้

 

อย่าดำน้ำลึกแบบที่ต้องใช้การทำ Decompression Stop ยกเว้นได้รับการเรียน การฝึกและมีประสบการณ์ในการดำน้ำแบบนี้มาแล้ว องค์กรฝึกหลายแห่งได้มีหลักสูตรการดำน้ำแบบนี้มาให้เรียน

 

หากคุณต้องการที่จะดำน้ำแบบหนักหน่วง คุณควรมีเร็กกุเรเตอร์ที่มีประสิทธิภาพเยี่ยมยอดเป็นของตัวเอง รวมทั้งไดว์คอมพิวเตอร์ เข็มทิศ และบีซีดี