ป่าปะการัง

 

กว่าจะหาจุดดำน้ำที่นี่ได้ ก็ต้องใช้ความพยายามหลายรอบเหมือนกัน ..... เนื่องจากจุดดำน้ำจุดนี้ผมเคยมาดำเพียงสองครั้งเท่านั้นเอง เดิมที ก็ได้รับรู้ถึงสถานที่แห่งนี้จากผู้ที่ทำการสำรวจเกาะสุรินทร์จนหมดสิ้น แทบจะไม่มีที่ไหนในเกาะนี้ที่ท่านไม่เคยไปสำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ใต้น้ำ ผมยังจำความรู้สึกของการที่ได้ไปดำน้ำที่นี่ครั้งแรก เมื่อสี่ปีที่แล้วได้เลยว่า พอลงไปถึงพื้นแล้ว เริ่มปรับตัวปรับสายตาเข้ากับสถานที่ได้ก็รู้สึกตกตะลึง เพราะไม่เคยไปดำน้ำที่ไหนที่มีความอุดมสมบูรณ์แบบนี้มาก่อน

สายๆ ในวันแรกของเดือนมีนาคม ผมได้มีโอกาสพาพรรคพวกมาดำน้ำ ณ จุดนี้อีกครั้ง อันที่จริงผมก็รอคอยอย่างตื่นเต้น และกระวนกระวายพอสมควรในคืนก่อนหน้านั้นหลังจากดำน้ำกลางคืนที่เกาะตอรินลา เนื่องจากเกิดรู้สึกสงสัยว่าที่นี่จะเหมือนเดิมหรือไม่ และสงสัยว่าจะพาคนกลับมาถูกที่ที่เป็นสถานที่ดำน้ำหรือเปล่า เนื่องจากจุดดำน้ำจุดนี้ จากการสังเกตของผมเอง รู้สึกว่าทางอุทยานฯ จะไม่วางทุ่นไว้ให้นักดำน้ำเข้ามาดำ ไม่มีการประชาสัมพันธ์ถึงจุดนี้เลยไม่ว่าจะเป็นแหล่งไหน ทั้งๆ ที่เป็นสถานที่ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดแห่งดงปะการังแข็งของเมืองไทยก็เห็นจะว่าได้

เราไปดำน้ำกันที่ “ ทักษิณหรรษา ” แหล่งดำน้ำที่ท่าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ได้ตั้งชื่อเอาไว้นานแล้วในช่วงเช้า หลังจากพักบนเรือกันได้ประมาณสองชั่วโมง เราก็ย้ายเรือไปยังจุดดำน้ำแห่งนี้ในบริเวณเกาะสุรินทร์ ผมเองก็จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าจะอยู่ตรงแหลมใดแหลมหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจชัดเจน จำได้ว่าครั้งที่สองที่พาคนมาดำน้ำที่นี่ ก็ต้องใช้เครื่องซาวน์เดอร์ค้นหาหมายอยู่นาน

วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่แน่ใจและไม่มีหมายเป็นทุ่นที่แน่นอน ก็เลยต้องดูเอาจากแผนที่ที่วาดไว้ และให้กัปตันเรือใช้เครื่องซาวน์เดอร์หาเช่นเคย หากันอยู่นานบางทีก็สับสนกับไหล่แนวปะการังใกล้เกาะ จนเกือบจะหมดหวัง เราก็ได้พบแนวปะการังห่างจากเกาะสักสองร้อยเมตร เป็นที่ลึกประมาณสามสิบเมตรและมีแนวปะการังเป็นคันขึ้นมา ยอดสูงถึงห้าเมตรจากผิวน้ำ แนวปะการังที่ว่านี้มีความกว้างประมาณถนนมอเตอร์เวย์ที่วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปชลบุรีเห็นจะได้ ยาวหลายร้อยเมตร ผมเองก็ยังไม่ทราบถึงความยาวที่แน่นอนเพราะไม่เคยสำรวจได้จนสุดแนวปะการังแห่งนี้สักครั้ง

เราทิ้งไอ้ใบ้ไว้บนพื้นทรายเลยไปทางด้านทิศเหนือไปนิดหน่อยเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกระเทือนกับแนวปะการัง ก่อนจะลงดำน้ำ เมื่อมองลงไปข้างล่าง ผมก็ยังหวั่นใจอยู่ว่าจะใช่สถานที่นี้หรือเปล่า เพราะมองจากผิวน้ำแล้วมันเหมือนเป็นกองหินโล้นๆ มากกว่าเป็นดงปะการังที่ยิ่งใหญ่อย่างที่เคยมาดำครั้งก่อน
เมื่อดำตามสายไอ้ใบ้ลงไปถึงกลางน้ำ ผมก็เริ่มใจชื้น เพราะเห็นแล้วว่าเป็นแนวปะการังเดิมที่เคยมาเยือนอย่างแน่นอน เพราะความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายของปะการังที่มองเห็นอยู่เบื้องหน้านั้นยืนยันได้เป็นอย่างดี ผมหันไปให้สัญญาณกับพรรคพวกกลุ่มที่ลงมาด้วยกันให้มุ่งหน้าลงทางทิศใต้ เพราะหากไปทางทิศเหนือแล้วเราจะลงไปพบกับความลึกอันเวิ้งว้างมากกว่าความสวยสดงดงามที่หมายใจไว้ว่าจะเจอ

เราดำลงผ่านคันปะการังที่หักลงอย่างลาดชัดจนถึงพื้นทราย โดยรักษาระดับความลึกไว้ที่ยี่สิบสี่เมตร อันที่จริงหากจะลงให้ถึงพื้นเลย ก็จะมีความลึกถึงสามสิบเมตรซึ่งอาจจะลงลึกเกินไปโดยไม่จำเป็น เนื่องจากวันนี้เราจะต้องดำน้ำลึกๆ กันต่ออีกที่กองหินริเชลิวในช่วงบ่าย
ทุกคนในกลุ่มของเรารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากันเป็นอย่างมาก ปะการังที่นี่มีทุกชนิดที่เคยเห็นแต่มารวมกันอยู่ในที่เดียวกัน ปะการังเขากวางหลากหลายชนิด ปะการังแผ่น ปะการังโต๊ะ ปะการังแปรงล้างขวด ปะการังลายกลีบดอกไม้ ปะการังช่องหินอ่อน ปะการังรังผึ้ง ปะการังโขด ปะการังผักกาด ปะการังสมอง ฟองน้ำ ฯลฯ. มาขึ้นกันอยู่อย่างหนาแน่นเป็นพิเศษ กว้างไกลไปสุดลูกหูลูกตา สีสันของปะการังแข็งที่นี่อาจจะน้อยแต่หากเทียบกับความยิ่งใหญ่และหลากหลายแล้ว ดูจะเป็นที่น่าอัศจรรย์ไปเสียยิ่งกว่าแหล่งดำน้ำบางที่ที่มีปะการังอ่อนสีสันสวยสดงดงามเสียอีก
เราดำเลาะขอบด้านล่างของแนวปะการังนี้ไปจนถึงเวลาที่จะต้องขึ้นสู่ความลึกสิบหกเมตร ตามแผนการดำน้ำ ซึ่งทำให้เราอยู่ในช่วงความลึกตรงกลางของแนวปะการังหากมองทางดิ่ง สัตว์ทะเลที่นี่มีหลากหลายเช่นเดียวกับปะการัง ช่วงนี้ ปะการังเขากวางจะมีปริมาณมากกว่าปะการังชนิดอื่นๆ แซมด้วยปะการังโขดและปะการังสมอง เต่าทะเลตัวหนึ่งว่ายมาดูพวกเราอย่างสงสัย เมื่อเราหันไปหาเขาก็ว่ายหนีไปอย่างรวดเร็ว มองไปทางด้านข้าง ก็จะเห็นฝูงปลาใหญ่น้อยว่ายกันมากมาย ปลากะพงเป็นฝูงๆ มีอยู่ให้เห็นอย่างดาษดื่น
เมื่อสิ้นสุดเวลาของความลึกสิบหกเมตร เราก็ขึ้นไปที่ความลึกไม่เกินสิบเมตร บริเวณด้านบนสุดของแนวปะการัง ณ จุดนี้ เมื่อเรามองลงไปด้านล่างเราก็จะเห็นถึงพื้นทรายที่ลึกลงไปอีกเกือบสามสิบเมตร ความรู้สึกขณะนั้นยากที่จะบรรยาย มันคล้ายกับเรากำลังปีนเขา หรือกำลังบินอยู่เหนือยอดเขามากกว่ากำลังดำน้ำ บริเวณนี้มีความหลากหลายของปะการังมาก ปริมาณของปะการังก็หนาแน่นเป็นพิเศษ นอกจากนั้นเรายังได้เห็นสีสันของปะการังที่มีสีฟ้าแซมสีน้ำตาลมากขึ้นกว่าเดิม ปะการังบางกอก็มีสีออกเขียวอ่อน และมีปะการังต้นไม้สีเขียวเข้มสอดแทรกให้เห็นเป็นระยะ เมื่อเรามองไปข้างหน้า ก็ยังเห็นแนวปะการังทอดตัวต่อไปทางทิศใต้จนสุดลูกหูลูกตา ในใจนั้น อยากจะให้มีเวลาอยู่ใต้น้ำให้นานๆ จะได้ไปสำรวจเสียให้ทั่ว แต่จนใจที่เวลาตามแผนการดำน้ำของเราได้หมดลงเสียแล้ว เพื่อนสมาชิกในกลุ่มบางคนก็มีอากาศเหลือน้อยเกินกว่าที่จะดำน้ำต่อไปอีกด้วย พวกเราจึงตกลงใจกันว่าจะขึ้นสู่ผิวน้ำ เนื่องจากเราได้ดำน้ำอยู่ในความลึกห้าเมตรเป็นเวลานานพอสมควรก่อนหน้านี้แล้ว เราก็จึงสามารถขึ้นสู่ผิวน้ำโดยตรงได้โดยไม่ต้องรีรออะไรอีก เพื่อนๆ ในกลุ่มหลายคนทำท่าทางเสียดายที่จะต้องจากโลกใต้น้ำที่เสมือนกับโลกแห่งความฝันอันไม่น่าเชื่อว่าจะมีจริง ไปสู่โลกใบเดิมของเราบนผิวน้ำ แต่ถึงอย่างไร ไม่ช้าก็เร็ว เราก็ต้องกลับขึ้นสู่เรือลำหรูที่พาเรามาที่นี่อยู่ดี พวกเราให้สัญญาณโดยการยกนิ้วโป้งขึ้น อันเป็นสัญญาณที่รับรู้กันในหมู่นักดำน้ำว่าเป็นการสิ้นสุดการดำน้ำในครั้งนี้ และปล่อยลมออกจากเสื้อชูชีพพร้อมทั้งเตะตีนกบขึ้นสู่ผิวน้ำ
เมื่อมาถึงผิวน้ำ ทุกคนพูดคุยกันไม่หยุดปากถึงความสวยงามที่ไม่มีใครนึกถึงว่าจะมาพบในการดำน้ำคราวนี้ หลายคนบอกว่าตั้งแต่ดำน้ำมาไม่เคยพบแนวปะการังที่ไหนสวยและอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้เลย
หรือว่า สถานที่แห่งนี้ สมควรที่จะเป็นแหล่งดำน้ำลี้ลับที่ไม่มีใครสนใจจะไปเที่ยวชมต่อไป ....