คาร์บอนไดออกไซด์ กับการดำน้ำ
เร็วๆ นี้เราได้คุยกันถึงเรื่อง Shallow Water Blackout และเรื่องอุบัติเหตุในการดำน้ำทั้ง Skin Dive และ SCUBA กันมาพอสมควรนะครับ ทำให้เกิดความสนใจไปค้นคว้าเพิ่มเติม เจอบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีความสำคัญกับการดำน้ำ ก็เลยมาเล่าสู่กันฟังครับ
เนื่องจากนักดำน้ำทั้งสองแบบ จำเป็นต้องหายใจผ่านอุปกรณ์ที่ทำให้เกิด Dead Air Space หรือช่องอากาศตาย ( อันที่จริงเป็นอากาศเหลือใช้ที่มีคาร์บอนไดออกไซด์สูง ) การหายใจที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดการสะสมและเพิ่มขึ้นของก๊าซดังกล่าวนี้ และนำไปสู่สถานการณ์ที่อันตรายได้ครับ
เช่นในกรณีที่เราหายใจด้วยเร็กฯ ที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ และไม่จ่ายอากาศให้เพียงพอต่อความต้องการ หรือมีความฝืดเกินไป ทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายของเรา และทำให้ร่างกายของเราเพิ่มความเร็วในการหายใจขึ้นมา แต่ในขณะเดียวกันกับที่เราหายใจมากขึ้น เร็กฯ ไม่สามารถจ่ายอากาศให้เพียงพอ และหากเราออกแรงมากหรือยู่ใต้ความลึกมากๆ ก็จะเกิดอาการขาดอากาศ ( หรือรู้สึกเหมือนอากาศไม่เพียงพอต่อการหายใจ ) และนำไปสู่การ Panic ได้อย่างง่ายดาย
เร็กกุเรเตอร์ส่วนมาก มักจะไม่มีปัญหาอะไรเลยนะครับ หากเราดำน้ำสบายๆ ภายใต้ความลึกไม่เกิน 18 เมตร /60 ฟิต แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนไป เช่นเหนื่อย หรืออยู่ลึกเกินความลึกดังกล่าว เร็กฯ ที่มีประสิทธิภาพเท่านั้นที่จะทำให้เราปลอดภัยจากการจ่ายอากาศไม่เพียงพอได้ครับ
สรุปแล้ว สำหรับการดำน้ำแบบ SCUBA เราคงต้องหัดหายใจให้มีประสิทธิภาพ คือหายใจลึกๆ ยาวๆ ในขณะเดียวกัน เราต้องใช้เร็กกุเลเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ และได้รับการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นนะครับ จึงจะปลอดภัยจากการเพิ่มระดับคาร์บอนได้ออกไซด์ (Hypercapnia) ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และหายใจถี่กระชั้น และอาจก่อให้เกิดการหมดสติและจมน้ำได้ในที่สุดครับ
ส่วนการดำน้ำแบบ Snorkelling หรือการ Skin Dive นั้น ปริมาณคาร์บอนได้ออกไซด์อาจเพิ่มขึ้นจากระดับปกติเพียง 3-5% กลายเป็น 25% ได้อย่างรวดเร็วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราไม่หายใจลึกๆ ยาวๆ นี่แหละครับคือสาเหตุว่าทำไมนักดำน้ำแบบนี้จึงรู้สึกหายใจไม่พอและต้องเอา Snorkel ออกจากปากหลังจากหายใจด้วย Snorkel ได้สักพักหนึ่ง
เทคนิคที่ผู้รู้เขาแนะนำไว้ ก็คือให้หายใจเข้าทางปาก และหายใจออกทางจมูกครับ วิธีนี้จะทำให้อากาศใน Snorkel เป็นอากาศใหม่ 100% ง่ายจังเลยนะครับ แต่ก็เป็นวิธีการที่มีคุณค่ามากนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเราต้องเหนื่อยขณะใช้ Snorkel เช่นเวลาไปช่วยกู้ภัยบนผิวน้ำไงล่ะครับ
|